DMT การเติบโตหลังจากนี้จะมาจากอะไร เพียงพอไหมที่จะทำให้ราคาหุ้นเหนือจองอีกครั้ง

 

บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT เข้ามาเทรดในตลาดหุ้นไทยมากว่า 1 ปี โดยที่ผ่านมา DMT เผชิญกับปัจจัยแน่นอน  DMT ทำธุรกิจ บริหารโครงการสัมปทานทางยกระดับดอนเมือง หรือ ดอนเมืองโทรลเวย์ ช่วงดินแดงจนถึงอนุสรณ์สถานแห่งชาติ โดยมีรายได้หลักจากการจัดเก็บค่าผ่านทางภายใต้สัญญาสัมปทานในรูปแบบ Build-Transfer-Operate (BTO) อายุสัมปทานสิ้นสุดวันที่ 11 กันยายน 2577

DMT การเติบโตหลังจากนี้จะมาจากอะไร เพียงพอไหมที่จะทำให้ราคาหุ้นเหนือจองอีกครั้ง

ทั้งภาวะตลาดหุ้นที่ผันผวนสูงแถมเจอมาตรการกจำกัดการเคลื่อนย้ายของภาครัฐในการควบคุม  Covid-19 ทำให้ราคาหุ้นของ DMT เข้ามาเทรดด้วยราคาที่ต่ำกว่าราคาจองซื้อ 16.00 บาทต่อเนื่อง จนปัจจุบันราคาอยู่ที่ 10.60 บาทลดลงกว่า  33.75 % การต่ำจองอาจสร้างความผิดหวังกับนักลงทุนแต่ถ้ามองในอนาคตก็อาจเป็นโอกาส หากบริษัทสามารถพลิกฟื้นตัวเองให้กลับมาโดดเด่นอีกครั้ง ในวันนี้เรามาดูกันว่า DMT มีพัฒนาการที่ดีพอจะกลับมาเทรดเหนือจองหรือเปล่า

ข้อมูลจากการพบนักลงทุนผ่าน Opportunity day ของตลาดหลักทรัพย์เมื่อช่วงที่ผ่านผู้บริหาร DMT ได้แจ้งกับนักลงทุนว่า ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกฟื้นตัวชัดเจน โดยไตรมาสที่ 2 รายได้  423 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 69%    ครึ่งปีแรก รายได้  778 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 65%

กำไรสุทธิ อยู่ที่ 186 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน195 %  ครึ่งปีแรก  330 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน  42%

เป็นผลมาจากปริมาณการจราจรเพิ่มขึ้นจากการลดการจำกัดการเดินทาง ทำให้ครึ่งปีแรกมีทิศทางที่ดีขึ้น และส่งผลดีมายังเดือนก.ค.อยู่ที่ 79,487 หมื่นคันต่อวันเพิ่มขึ้นจากเดือน  ส.ค. อยู่ที่ 82,487 หมื่นคัน ก.ย. น่าจะอยู่ที่  9 หมื่นคันต่อวัน

ทิศทางการเติบโตของผู้ใช้ทาง ผู้บริหารมองว่า จะมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากการพัฒนาพื้นที่พักอาศัยใกล้เคียงที่มีหมู่บ้านจัดสรรมากขึ้นก็ช่วยให้เพิ่มจำนวนการสัญจรบนดอนเมืองโทล์เวย์มากกว่า 7 พันคัน – 1.4 หมื่นคันต่อวัน 

มีถนนเส้นใหม่ 4 ช่องจราจร เชื่อมจากวัชรพล เชื่อมต่อ วิภาวดี จะเป็นการสร้างการเดินทางจากตะวันออกเข้ามาวิภาวดีโดยตรงทำให้การจราจร วิภาวดีหนาแน่น และช่วย ดอนเมืองโทลเวย์ด้วย รวมถึงอนาคตการพัฒนาสนามบินดอนเมือง ในเฟสที่ 3  จะช่วยเสริมศักยภาพของบริษัทได้  ซึ่งในมุมมองของผู้บริหารมองว่า การสัญจรจะกลับไปภาวะก่อน Covid-19  อาจต้องรอในปี 2566 – 2567 เลยทีเดียว

เงินไอพีโอใช้เกือบหมดแล้ว

สำหรับเงินที่ได้รับจากการระดมทุนนั้น ในเบื้องต้น DMT  ใช้ไปเกือบหมด เงินที่ได้รับจาก IPO   2,240 ล้านบาท  นำไปใช้ ชำระหนี้ระยะสั้น 329 ล้านบาท  ชำระหนี้ระยะยาว 1,354 ล้านบาท  ใช้เป็นกระแสเงินสด 388 ล้านบาท เงินไอพีโอเหลือ 165.27 ล้านบาท

การนำเงินไปชำระหนี้ ทำให้บริษัทไม่มีภาระหนี้สินดอกเบี้ย เป็นแนวทางที่บริษัทต้องการลดต้นทุนทางการเงิน โดยโครงสร้างการงินของบริษัทได้เปรียบในทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นพอดี

 

อนาคตฝากไว้กับการประมูลและการปรับค่าทางด่วน

มาถึงจุดนี้หลายคนอาจจะถามว่า การเติบโตของ DMT หลังจากนี้จะมาจากอะไร ในมุมมองของ DMT เขาฝากความหวังเอาไว้มาก กับการเข้าประมูลการบริหารเส้นทางใหม่ 3 โครงการ ทั้งโครงการทางพิเศษ M5อุตราภิมุข ช่วงรังสิต – บางปะอิน หรือ (M5) ระยะยาง 22 กิโลเมตร โครงการที่ 2 M82 เส้นทาง บางขุนเทียน บ้านแพ้ว ระยะทาง  25 กิโลเมตร และ โครงการกระทู้ป่าตอง  ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามว่า ภาครัฐจะเปิดประมูลเมื่อไหร่ ซึ่งอาจจะเป็นลักษณะของการเข้าประมูลร่วมกับพันธมิตรหรือไม่ต้องติดตามอีกครั้ง

อีกส่วนที่คาดหวังได้ คือ สิทธิที่จะขอปรับราคาใน 5 ปีตามข้อกำหนดในสัญญากับภาครัฐ  ตามพรบ.ร่วมลงทุนปี 62   โดยหน้าที่ของ DMT ต้องดำเนินการให้เข้ามาตรฐานต่างๆ โดยจะมีการดำเนินการปรับราคาใหม่ในวันที่ 22 ธ.ค. 67

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินว่า ทางบล.ให้ราคาเป้าหมายปี 2022 ใหม่กับ DMT 16 บาท (DCF) ราคาดังกล่าวลดลงจาก 17 บาทโดยมีปัจจัยบวกสำคัญประกอบด้วย 1)กำไรในไตรมาสที่ 1 น่าจะตกต่ำสุดไปแล้ว2)กระแสการฟื้นตัวน่าจะเกิดต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของตัวเลขนักท่องเที่ยวขาเข้า และ 3)ค่าP/Eที่อยู่ในระดับต่ำพร้อมผลตอบแทนเงินปันผลที่คาดว่าจะอยู่ในระดับสูงถึง 5%ในปี2022 และ8% ในปี2023

*หมายเหตุราคาเป้าหมายของเรายังไม่รวมศักยภาพของ DMT ที่จะชนะประมูล โครงการที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีหน้า

ทั้งนี้ เราคาดการณ์ปริมาณรถยนต์ฯของ DMT ไว้ในระดับต่ำเพียง 34.4 ล้านเที่ยวในปี2022 เพิ่มอย่างมีนัยสำคัญถึง65%จากปีที่แล้ว อย่างไรก็ดีตัวเลขที่  เราคาดยังต่ำกว่าตัวเลขในปี 2020 ที่ 34.9 ล้านและ 53.8ล้านในช่วงก่อน Covid ในปี 2019 จากดัชนี  เช่น ประมาณการตัวเลข นักท่องเที่ยวขาเข้าในปี 2022 ที่ 8.5ล้านคน ซึ่งสูงกว่าที่ 6.7ล้านในปี2020 ไปแล้วเราคาดว่า รายได้ของDMTจะกระโดดเพิ่มเป็น1.9พันล้านบาท .(+65%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน )

ในปี2022นอกจากนี้เนื่องจาก ต้นทุนส่วนมากเป็นต้นทุนคงที่มีเพียงค่าตัดจำหน่ายและค่าซ่อมบำรุงเท่านั้นที่น่าจะเพิ่มตามรายได้ในอนาคตด้วย เหตุดังกล่าวเราคาดว่า กำไรสุทธิของDMTจะเพิ่มเท่าตัวจากปีที่แล้วและ แตะ 859 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 113% ในปี 2022

_______________________

ไม่พลาด! ทุกความรู้ที่จะให้คุณค่ามากกว่าสินทรัพย์

กดติดตาม Techtoro ได้ที่ 👉🏻

Website : https://techtoro.me/fb-web

[email protected] : https://techtoro.me/fb-line

Youtube : https://techtoro.me/fb-yt

IG : https://techtoro.me/fb-ig

Twitter : https://techtoro.me/fb-tw

TikTok : https://techtoro.me/fb-tt

Blockdit : https://techtoro.me/fb-bd

Email : [email protected]

#Techtoro #มากกว่าสินทรัพย์คือความรู้ #Stocks #DMT #หุ้น #หุ้นเด่น #สัมปทาน