เทียบเทคโนโลยีหนังดัง กับชีวิตจริงในปัจจุบัน

มีคำกล่าวว่า “ทุกสิ่งที่มนุษย์สามารถจินตนาการได้ คือแนวโน้มความเป็นจริงที่จะเกิดขึ้น” ซึ่งภาพยนตร์เองเป็นหนึ่งในสื่อแห่งจินตนาการ เพราะสามารถเปิดพื้นที่ในการจินตนาการได้อย่างเต็มที่ สร้างกฎเกณฑ์ไร้ขีดจำกัด และโลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วย “ความเป็นไปได้” จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ภาพยนตร์คือสื่อทีคอยชี้นำเทคโนโลยีให้พัฒนาไปข้างหน้า วันนี้แอดมินจะพาไปส่องเทคโนโลยีในโลกภาพยนตร์ มาดูกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นจริงแล้วบ้าง!


Back to the Future (1985-1990)

หากพูดถึงภาพยนตร์กับเทคโนโลยีในโลกอนาคต คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่พูดถึงแฟรนไชส์ไตรภาคชื่อดัง “Back to the Future” ของผู้กำกับ โรเบิร์ต เซเมกคิส (Robert Zemeckis) ซึ่งต่อมาได้ฝากผลงานระดับตำนานอย่าง “Forrest Gump” ให้เป็นที่จดจำของคนทั่วโลก

มาเริ่มกันที่หนึ่งในสัญลักษณ์ของภาพยนตร์อย่าง “โฮเวอร์บอร์ด (Hoverboard)” ของตัวเอก มาร์ตี้ แมกฟลาย (Marty McFly) กระดานรูปร่างคล้ายสเก็ตบอร์ด แต่ไม่มีล้อ และสามารถลอยบนอากาศได้
ปัจจุบันเรามี Hendo Hover โฮเวอร์บอร์ด “ของจริง” ซึ่งสามารถลอยได้จริง ๆ (ถึงจะไม่สูงก็เถอะ) โดยใช้แม่เหล็กไฟฟ้า มีราคาขายอยู่ที่ประมาณ $10,000 หรือราว 360,000 บาท

เทคโนโลยีต่อไปคือ ระบบคอมพิวเตอร์แบบสวมใส่ (Wearable Computing) ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นอุปกรณ์ในชีวิตประจำวัน เช่น Smart Watch, Smart Glasses, VR Headsets 

Blade Runner (1982)
อีกหนึ่งผลงานสุดล้ำ ในธีมโลกอนาคตแบบดิสโทเปียจาก “เซอร์ริดลีย์ สก๊อตต์ (Sir Ridley Scott)” ผู้กำกับภาพยนตร์อวกาศสยองขวัญชื่อดังอย่าง “Alien” อีกทั้งยังได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์อัศวินจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักรอีกด้วย!

ในภาพยนตร์เรื่อง Blade Runner นั้น “ริก เดกเคิร์ด (Rick Deckard)” ตำรวจตัวเอกของเรื่อง จะใช้คำสั่ง “เสียงสั่งการ” ในการเปิดใช้งานเครื่องมือ อุปกรณ์ เทคโนโลยีต่าง ๆ ในภาพยนตร์ ซึ่งดู ๆ ไปแล้วค่อนข้างเหมือน Siri, Google Assistant หรือ Alexa เอไอที่คอยช่วยเหลือเราในชีวิตประจำวันมากเลย!

ต่อมาก็คือดิจิทัลบิลบอร์ด หรือป้ายโฆษณาดิจิทัลขนาดยักษ์ ซึ่งปัจจุบันเราสามารถพบเห็นเทคโนโลยีนี้ได้โดยทั่วไป และตัวอย่างดิจิทัลบิลบอร์ดที่โด่งดังมาก ๆ นั่นก็คือ ดิจิทัลบิลบอร์ดที่ไทม์สแคว์ รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

I, Robot (2004)

ภาพยนตร์แนวแอ็กชันไซไฟแห่งยุค 2000s ที่แฝงด้วยปรัชญาการตั้งคำถามเกี่ยวกับศีลธรรมของหุ่นยนต์ หรือความรู้สึกนึกคิดของสมองจักรกลในโลกอนาคต โดยพื้นหลังของเรื่องนั้นเกิดขึ้นในปี 2035 ซึ่งแอดมินบอกเลยว่าในปัจจุบันนั้นมีความกังวล และการตั้งคำถามเกี่ยวกับ AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งใกล้เคียงกับเนื้อเรื่องในหนังมากเลย!

ยังมีเทคโนโลยียิบย่อยอีกมาก ที่สอดคล้องกับจินตนาการในภาพยนตร์ ตัวอย่างเช่น

Total Recall (1990)

รถยนต์ไร้คนขับ (Self Driving Cars) ปัจจุบันมีหลายแบรนด์กำลังพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ เช่น Ford, Tesla หรือแม้แต่ Apple และ Baidu

Woman in the Moon (1929) /Le Voyage dans la Lune หรือ A Trip to the Moon (1902)

เทคโนโลยีการท่องอวกาศ ในปัจจุบันมีหลายบริษัททำเกี่ยวกับการท่องอวกาศ เช่น Virgin Galactic, SpaceX และ Blue Origin

Minority Report (2002)

เทคโนโลยีมัลติทัช (Multi-Touch Interfaces) คือ อุปกรณ์ที่พื้นผิวรับข้อมูลสามารถถูกใช้งานผ่านการสัมผัสหลากหลายจุด เช่น สมาร์ทโฟน ไอแพด และแล็ปท็อป 

________________________________

ไม่พลาด! ทุกความรู้ที่จะให้คุณค่ามากกว่าสินทรัพย์

กดติดตาม Techtoro ได้ที่ 👉🏻

FB : https://techtoro.me/web-fb

[email protected] : https://techtoro.me/web-line

Youtube : https://techtoro.me/web-yt

IG : https://techtoro.me/web-Ig

Twitter : https://techtoro.me/web-tw

Blockdit : https://techtoro.me/web-bd

Tiktok : https://techtoro.me/web-tiktok 

Email : [email protected]

#Techtoro #มากกว่าสินทรัพย์คือความรู้ #Technology #AI #ArtificialIntelligence #เทคโนโลยี #ปัญญาประดิษฐ์