ปัญหาของ Synthetic Asset ที่จะต้องถูกแก้ไข

ผมคิดว่า Synthetic Asset นั้นเปรียบเสมือนกับ Perpetual Futures ซึ่งเป็นอนุพันธ์ประเภทนึงซึ่งไม่มีวันหมดอายุ จุดที่ต่างคือ Synthetic Asset นั้นถูกเทรดบนโลกของ DeFi

โจทย์สำคัญที่ผมคิดว่าเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของ Synthetic Asset ส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบันนี้ คือ มัน Disconnect จาก Realworld Asset เช่น Synthetic หุ้น มันไม่ได้ผูกโยงกับหุ้นจริง ๆ

มันเชื่อมกันด้วย “ราคา” เท่านั้น โดยใช้การดึงราคาผ่าน Oracle และใช้กลไกการทำ Arbitrage ในการให้มหาชนเข้ามาซื้อขายเพื่อให้ราคา “หุ้นเทียม” เท่ากับราคา “หุ้นจริง”

เพียงพอมั้ย..? อาจจะเหมือนเพียงพอ แต่ปัญหาใหญ่คือ คุณกำลังสร้างสินทรัพย์เทียมขึ้นมาเพิ่มจากอากาศ

นั่นแปลว่า กลไก Demand/Supply ของสินทรัพย์จริง ๆ จะผิดเพี้ยนไป คล้ายในโลก Traditional Asset ที่เคยเจอมาแล้วคือ Futures ของทองคำ มีปริมาณซื้อขายมากกว่าทองคำจริง ๆ ประมาณ 100 เท่าตัว ทำให้ราคาทองคำถูกแรงซื้อขายบนตลาด Futures ทำให้มันผิดเพี้ยนและปั่นป่วนมาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา

สิ่งนี้จะเกิดขึ้นกับ Synthetic Asset เช่นเดียวกัน หากตลาดของ Synthetic เติบโตขึ้นเร็วมาก ๆ

ผมเห็นว่าทางแก้ควรเป็นการสร้าง Asset Representative ขึ้นมาแทนที่จะเป็น Synthetic Asset

ไอเดียนี้เหมือนสมัย Bretton Woods ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ เอาทองคำขังไว้ในคุกที่ Fort Knox แล้วสร้าง Gold Representative ที่ชื่อว่า “ดอลลาร์” ออกมาโลดแล่น

ในยุคนั้น ดอลลาร์ = ทองคำ และคุณสามารถเอาดอลลาร์ไปแลกทองคำคืนมาได้เสมอ

ผมอยากสร้าง Stock Representative ขึ้นมามากกว่า Synthetic Stock

คือ “หุ้นเทียม” ที่มี “หุ้นจริง ๆ” Backup อยู่ ไม่ใช่หุ้นที่ Mint ด้วยการทำ Over-Collateral แบบในปัจจุบัน

คุณสามารถเอาหุ้นเทียมนั้นไปแลกกลับมาเป็นหุ้นจริงได้เสมอ เมื่อไหร่ก็ได้ คุณสามารถได้ปันผลและได้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เทียบเท่ากับที่คุณถือหุ้นจริง ๆ

ฟังดูแล้วอาจจะคล้าย ๆ Binance Stock Token แต่สิ่งที่ผมจะทำจะแตกต่างอยู่หลายเรื่อง

1. กลไก Smart Contract ที่เชื่อมต่อกับ Real World ที่จะทำให้คุณสามารถซื้อขายหุ้นใด ๆ ก็ได้ในตลาด ไม่เจาะจงเฉพาะหุ้นบางตัว และมีสินทรัพย์สำรองเป็นหุ้นนั้น ๆ จริง ๆ คุณไม่ต้องทำ Over-Collateralization เพื่อ Mint หุ้นอีกต่อไป คุณจะสามารถ “Mint เพื่อ Long” ไม่ใช่การ “Mint เพื่อ Short” แบบที่เป็นในปัจจุบัน

2. สภาพคล่องใน Liquidity Pool ของ DeFi จะเชื่อมต่อกับสภาพของในตลาดจริง และมี Algorithm ที่จะเชื่อมโยงสภาพคล่องทั้งสองตลาดเข้าด้วยกัน

3. Mobile Application พร้อมเครื่องมือ Trading ครบครัน รวมถึง Robo-Advisor ที่จะช่วยแจ้งเตือนนักลงทุนในทุกสถานการณ์ของตลาด

4. Personalization ระบบ AI วิเคราะห์พฤติกรรมนักลงทุน ที่จะช่วยคัดกรองข้อมูลจาก Market Big Data เพื่อที่จะให้คุณได้รับข้อมูลการลงทุนที่ออกแบบเฉพาะตัวคุณเอง

โชคดีที่ Ava มีทั้งข้อ 3 และ 4 แล้วในชื่อ Avantis Platform และ Avalant Platform ที่เป็น Product ของทาง Ava เอง ที่เคยชนะรางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยมตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมาก่อนด้วย

เราสามารถเอา Market Big Data Platform ของ Avantis ที่รันได้ทั้งบน iOS และ Android และ Personalization Engine ของ Avalant มาใช้กับ DeFi ตัวนี้ได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาพัฒนาใหม่

ดังนั้นสิ่งที่เราจะสร้างเพิ่มก็คือ ข้อ 1 และ 2 ด้วยการพัฒนา Smart Contract สำหรับ Stock Representative ไม่ใช่ Synthetic Stock ตั้งชื่อไว้ว่า Avantis Protocol

ถ้าทำสำเร็จ ระบบ DeFi ตัวนี้น่าจะปฏิวัติวงการ Synthetic Asset ของโลกได้เลย ผมเริ่มเขียน Whitepaper ไประยะนึงแล้ว หวังว่าจะได้เริ่มจริงจังใน Q3 นี้

ไว้จะมาเล่าให้ฟังเรื่อย ๆ ครับ.. 😍

PS. อันนี้คนละทีมกับ Avareum ที่ทำ DeFi Asset Management นะครับ ตัว Avareum ยังคงเดินหน้าอยู่ด้วยความเร็วท็อปสปีด

แต่ส่วน Avantis Protocol ถ้าทำเสร็จ Stock Representative ก็จะเป็น Asset Class นึงที่ Avareum จะกระจายการลงทุนไป เพื่อสร้าง Asset Management ที่ลงทุนในทุกสินทรัพย์ไม่ได้เชื่อมต่อแค่เพียงกับ Crypto เท่านั้น

นิรันดร์ ประวิทย์ธนา Co-Founder & CEO AVA Advisory Group และ CEO Avareum Limited

________________________________

ไม่พลาด! ทุกความรู้ที่จะให้คุณค่ามากกว่าสินทรัพย์

กดติดตาม Techtoro ได้ที่ 👉🏻

 FB : https://techtoro.me/web-fb

 [email protected] : https://techtoro.me/web-line

 Youtube : https://techtoro.me/web-yt

 IG : https://techtoro.me/web-Ig

 Twitter : https://techtoro.me/web-tw

 Blockdit : https://techtoro.me/web-bd

 Tiktok : https://techtoro.me/web-tiktok 

Email : [email protected]

#Techtoro #มากกว่าสินทรัพย์คือความรู้ #Defi #Crypto #Cryptocurrency #SyntheticAsset