เป็นไปได้ไหม ถ้าจะเกษียณด้วยคริปโต?

หลายคนคิดว่า การวางแผนเกษียณเป็นเรื่องของคนสูงอายุ ไว้ใกล้ ๆ เกษียณแล้วค่อยคิดกันอีกทีก็ได้ แต่ปัจจุบันมีเหตุผลมากมายที่ทำให้เราต้องหันมาให้ความสำคัญกับการวางแผนเกษียณกันอย่างจริงจังตั้งแต่วันนี้ ซึ่งข้อมูลจากสถิติบอกว่า คนเรามีอายุยืนยาวขึ้น อัตราการเกิดลดลง หมายความว่าว่าผู้สูงอายุต้องดูแลตนเองมากขึ้น แถมสวัสดิการพื้นฐานของรัฐก็ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ

สำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนออมเงินหลังเกษียน สามารถแบ่งค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องใช้หลังเกษียณออกเป็นหมวดหมู่ ได้ดังนี้

  • ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ได้แก่ ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าดูแลที่อยู่อาศัย
  • ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาล อาหารเสริม ค่าตรวจสุขภาพ
  • ค่าใช้จ่ายเพื่อความสุข ได้แก่ ค่าท่องเที่ยว ค่าสังสรรค์ต่าง ๆ
  • มรดกที่เก็บไว้เพื่อลูกหลาน เช่น ค่าเล่าเรียน ค่าขนม ทุนการศึกษา เงินขวัญถุงในงานพิธีต่าง ๆ
  • การบริจาคแก่สังคม เช่น ค่าทำบุญ

ซึ่งค่าใช้จ่ายบางอย่างอาจลดลงหลังเกษียณ เช่น ค่าเดินทางและค่าสังสรรค์ ซึ่งอาจจะเป็นต้องใช้บ้าง แต่ไม่จำเป็นต้องใช้มากเท่าเมื่อครั้งที่ยังทำงานอยู่

เป็นไปได้ไหม ถ้าจะเกษียณด้วยคริปโต

โดยทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ ข้อมูลการวิจัยเรื่อง “เงินใช้หลังเกษียณ : ทำอย่างไรถึงจะออมเงินให้เพียงพอ” ซึ่งจัดทำขึ้นโดยภาควิชาการธนาคารและการเงิน คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี 2559 ได้เฉลี่ยเงินที่จำเป็นต้องใช้รายเดือนหลังเกษียณอยู่ที่ 15,000-50,000 บาท ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเก็บเงิน และ หน้าที่การงานก่อนเกษียณ ซึ่งหากเก็บเงินเป็นจำนวนรวมอยู่ที่ 20 ปี จะอยู่ที่ 3,600,000-12,000,000 บาท

ทั้งนี้ การคำนวนข้างต้นยังไม่รวมค่าสิ่งของฟุ่มเฟือยอย่าง อุปกรณ์สำหรับงานอดิเรก หรือโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ซึ่งมักจะมีการเปลี่ยนทุก ๆ 2 ปี ทำให้อาจจะต้องเก็บเงินเพิ่มอีกราว 250,000 หรือมากกว่านั้น ซึ่งจะทำให้เงินเก็บขั้นต่ำอยู่เกือบ 4,000,000 บาท

แม้ว่าการลงทุนในคริปโตนั้น อาจจะช่วยในการออมเงินเกษียณได้เร็วขึ้นได้จากความผันผวนของราคา แต่นั่นก็อาจทำให้สูญเสียเงินเก็บ หรือ ขาดทุนได้เช่นกัน ซึ่งหากไม่ได้ลงทุนในจำนวนมากจนเกินตัว คริปโตอาจเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการลงทุนที่สามารถช่วยทำให้เกษียณได้เร็วขึ้น

ทั้งนี้ผู้ลงทุนอาจแบ่งพอร์ตการถือคริปโตง่าย ๆ เป็น 3 ประเภท คือ 

1) ประเภทมีการใช้งานจริง เช่น Bitcoin (BTC), Ethereum (ETH)

2) ประเภทกำลังเติบโต มีโปรเจกต์ เช่น Altcoin ต่าง ๆ 

3) ประเภทเหรียญมีมต่าง ๆ เช่น Dogecoin (DOGE), Shiba Inu (SHIB)

โดยผู้ลงทุนควรจัดสัดส่วนการลงทุนให้สมดุลกับความเสี่ยงที่รับได้ เพราะหากลงทุนเกินความเสี่ยงที่รับได้ อาจทำให้เกิดการขาดทุนอย่างรุนแรง เนื่องจากความผันผวนสูงของตลาดคริปโต

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในคริปโตเพียงอย่างเดียวอาจจะมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล และ กระจายความเสี่ยงให้เหมาะสม

บทความโดย คุณานันต์ TECHTORO 💙❤️

________________________________

ไม่พลาด! ทุกความรู้ที่จะให้คุณค่ามากกว่าสินทรัพย์

กดติดตาม Techtoro ได้ที่ 👉🏻

FB : https://techtoro.me/web-fb

[email protected] : https://techtoro.me/web-line

Youtube : https://techtoro.me/web-yt

IG : https://techtoro.me/web-Ig

Twitter : https://techtoro.me/web-tw

Blockdit : https://techtoro.me/web-bd

Tiktok : https://techtoro.me/web-tiktok 

Email : [email protected]

#Techtoro #มากกว่าสินทรัพย์คือความรู้ #Crypto #Bitcoin #BTC #Altcoin #Blockchain #Investment #Retire #ลงทุน #เกษียณ #แผนเกษียณ #คริปโต #บิตคอยน์ #บล็อกเชน