ไครออนิกส์ แช่แข็งตัวเองแบบกัปตันอเมริกา ความหวังในการตื่นจากความตาย?! 

เคยมีคำกล่าวว่า “สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราเป็นมนุษย์คือการตระหนักรู้ถึงความตายของตน ตั้งแต่ที่เรารู้ว่าวันหนึ่งเราต้องตาย เราต่างก็สงสัยใคร่รู้ว่าจะเป็นไปได้ไหมที่เราจะตื่นจาก ‘นิทรา’ นั้นได้” 

“ไครออนิกส์ ความหวังในการตื่นจากความตาย”

ไครโอนิกส์ (Cryonics) คืออะไร

ไครโอนิกส์ (Cryonics) คือ กระบวนการ หรือวิธีการในการแช่แข็งร่างของสิ่งมีชีวิตที่เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งสามารถคงสภาพเซลล์เนื้อเยื่อของร่างกายได้เป็นระยะเวลานาน

จุดมุ่งหมายของไครโอนิกส์ (Cryonics) คือการเก็บรักษาสภาพร่างกายไว้จนกว่าวิทยาการทางการแพทย์ในอนาคตจะสามารถรักษาและฟื้นคืนชีพร่างนั้นได้ 

1. ชีวิตสามารถหยุด และเริ่มต้นใหม่ได้หากโครงสร้างพื้นฐานยังคงอยู่ 

ในทุก ๆ วัน เอ็มบริโอของมนุษย์ถูกเก็บรักษาไว้ในอุณหภูมิที่สามารถหยุดสารเคมีในเซลล์เอาไว้ได้เป็นปี ๆ มนุษย์ในวัยผู้ใหญ่สามารถมีชีวิตรอดในอุณหภูมิที่หยุดการทำงานของหัวใจ สมองและอวัยวะอื่น ๆ ได้เป็นชั่วโมง “ชีวิต” สามารถถูกหยุดและเริ่มต้นใหม่ได้หากโครงสร้างเซลล์และสารเคมีในเซลล์ได้ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี

2. การแช่แข็งตัวอ่อนแบบผลึกแก้ว (Vitrification) สามารถเก็บรักษาโครงสร้างทางชีววิทยาได้เป็นอย่างดี
Vitrification คือ การแช่แข็งในอุณหภูมิต่ำกว่า -120 องศาเซลเซียสโดยปราศจากการเกิดผลึกน้ำแข็ง 

การใส่ Cryoprotectants (สารที่ใช้ในการปกป้องเนื้อเยื่อชีวภาพไม่ให้ถูกการแช่แข็งทำลาย) ความเข้มข้นสูงเข้าไปในเซลล์ สามารถทำให้เนื้อเยื่อเย็นตัวลงได้ โดยเกิดเป็นน้ำแข็งเพียงเล็กน้อย (หรือไม่เกิดเลย)
สิ่งนี้คือความเป็นไปได้ในการแช่แข็งแบบผลึกแก้วในอวัยวะใหญ่ ๆ เช่น สมองมนุษย์โดยปราศจากการแช่เยือกแข็ง (Freezing) วิธีนี้เป็นวิธีการยอดเยี่ยมในการเก็บรักษาสมองมนุษย์เอาไว้

3. เราสามารถเล็งเห็นเครื่องมือในการซ่อมแซมโครงสร้างในระดับโมเลกุลได้แล้ว! 
การเกิดขึ้นของ Nanotechnology นั้นจะนำไปสู่เครื่องมือในการซ่อมแซม และฟื้นฟูเนื้อเยื่อ ซึ่งรวมไปถึงการซ่อมแซมเซลล์ และโมเลกุลด้วย โดยทฤษฎีแล้ว Nanomedicine ในอนาคตนี้จะสามารถซ่อมแซม และเก็บรักษาโครงสร้างสมองได้ รวมถึงการเข้ารหัสความทรงจำและอุปนิสัย

กระบวนการทำไครออนิกส์ (Cryonics)

1. เมื่อผู้ที่ได้ทำข้อตกลงให้ร่างกายที่เหลือของตนถูกเก็บไว้โดยวิธีการไครออนิกส์ (Cryonics) ได้เสียชีวิตลง ทีมแพทย์จะทำการแช่ร่างกายด้วยน้ำแข็งและน้ำเย็นและทำให้เนื้อเยื่อร่างกายยังได้รับออกซิเจนอยู่ผ่านการ CPR และการใช้หน้ากากออกซิเจน 

2. ร่างกายที่แช่เย็นด้วยน้ำแข็งจะถูกเคลื่อนย้ายไปใส่ไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ที่ปิดมิดชิดเพื่อส่งไปยังฝ่ายไครโอนิกส์ (Cryonics) 

3. ทีมไครโอนิกส์จะนำร่างกายไปใส่ไว้ในเครื่องจักที่คล้ายกับเครื่องหัวใจและปอดเทียม (heart-lung bypass) เพื่อหมุนเวียนเลือดและรักษาระดับออกซิเจน 

4. จากนั้นจะทำการปั๊มสารละลาย Vitrification ซึ่งทำหน้าที่เป็นสารป้องกันการแข็งตัวเข้าไป เป็นการป้องกันไม่ให้เนื้อเยื่อร่างกายเปลี่ยนเป็นผลึกน้ำแข็ง (ลดความเสียหายทางกายภาพที่จะเกิดขึ้นกับร่างกาย)

5. ต่อมาจะทำการลดอุณหภูมิไปที่ -196 องศาเซลเซียสอย่างช้า ๆ โดยการใช้ไนโตรเจนเหลว

6. เมื่อร่างกายมีอุณหภูมิที่พอเหมาะแล้ว จะถูกเคลื่อนย้ายไปยังถังที่มีไนโตรเจนเหลวอยู่ และนั่นคือที่ที่ร่างกายจะต้องอยู่ไปตลอด จนกว่าวิทยาการทางการแพทย์จะก้าวหน้าพอที่จะนำร่างนั้นกลับคืนสู่ชีวิตอีกครั้งได้ 

TECHTORO แถมให้

– เดือนพฤษภาคม 2022 มีผู้ที่เข้ากระบวนการไครออนิกส์ (Cryonics) ทั่วโลกกว่า 2,093 คน 

– ค่าใช้จ่ายต่อปีในการทำไครออนิกส์ (Cryonics) อยู่ที่ 35,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,200,000 บาท 

– บุคคลแรกที่เข้ารับการทำไครออนิกส์ (Cryonics) คือนักจิตวิทยาอายุ 73 ปี มีชื่อว่า Dr. James Bedford เขาเสียชีวิตจากมะเร็งไตในปี 1967

________________________________

ไม่พลาด! ทุกความรู้ที่จะให้คุณค่ามากกว่าสินทรัพย์

กดติดตาม Techtoro ได้ที่ 👉🏻

FB : https://techtoro.me/web-fb

[email protected] : https://techtoro.me/web-line

Youtube : https://techtoro.me/web-yt

IG : https://techtoro.me/web-Ig

Twitter : https://techtoro.me/web-tw

Blockdit : https://techtoro.me/web-bd

Tiktok : https://techtoro.me/web-tiktok 

Email : [email protected]

#Techtoro #มากกว่าสินทรัพย์คือความรู้ #cryonics #ไครออนิกส์ #Revive #คืนชีพ #Technology #เทคโนโลยี