ส่องแนวโน้มหุ้น “กลุ่มซีพี” ไตรมาส 2 เติบโตแค่ไหน?

แม้เศรษฐกิจไทยจะถูกกดดันจากภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งทำให้ราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค แต่หลายฝ่ายยังคงคาดหวังว่าเศรษฐกิจไทยจะได้รับผลบวกจากการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว ซึ่งจะทำให้ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ตลอดจนบรรยากาศภายในประเทศปรับตัวดีขึ้น นับเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ในปีนี้

และเมื่อถึงกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวพันกับอาหารและสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ก็หนีไม่พ้นกลุ่มซีพี ซึ่งไตรมาส 2/65 นักวิเคราะห์ประเมินว่าจะเห็นแนวโน้มการบริโภคและราคาอาหารที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่งให้ยอดขายปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน วันนี้แอดมินจึงได้รวบรวมแนวโน้มการดำเนินงานในไตรมาส 2/65 ของหุ้นกลุ่มซีพีอย่าง CPALL CPF MAKRO และ TRUE มาฝากนักลงทุนกัน

มาเริ่มที่ CPALL หรือ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) โดยนักวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า คาดยอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG) ในไตรมาส 2/65 ของ 7-eleven ยังเป็นบวกได้ดีจากต้นเดือนเม.ย. 65 บวกได้ราว 10-12% เพราะได้ประโยชน์จาก Back To School และการเริ่มกลับไปทำงาน รวมถึงวันหยุดยาวจากเทศกาลสงกรานต์ แม้ว่าในเดือน มิ.ย อาจมี ผลกระทบจากการเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนอาจมีกำลังซื้อลดลง อย่างไรก็ดี คาดทั้งไตรมาส 2/65 ยังคงเป็น SSSG ที่เป็นบวกในระดับดีต่อเนื่องจากไตรมาส 1/65 ที่ 13% ขณะที่ SSSG ของ MAKRO คาดจะอยู่ราวบวก 6-9% ส่วนหนึ่งเกิดจากแรงซื้อของกลุ่มลูกค้า เช่น กลุ่มร้านอาหารที่สามารถเปิดได้เต็มที่ รวมถึงเริ่มเห็นการจัดเลี้ยงส่งผลต่อธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะสาขาในเมืองท่องเที่ยวที่เริ่มเห็นยอดขายที่ฟื้นตัวเพิ่ม ขณะที่ยอดขายในส่วนของ Lotus อาจยังทำได้น้อยกว่า เมื่อเทียบกับ 7-eleven และ MAKRO โดยในเบื้องต้นคาดจะเห็นผลประกอบการโดยรวมของไตรมาส 2/65 จะเห็นการเติบโตรายปี

โดยเลือก CPALL เป็น หุ้น Top pick ของกลุ่มค้าปลีก คาดจะเห็นยอดขายฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป จากในส่วนของร้านค้าสะดวกซื้อ และธุรกิจ Cash & Carry ของ MAKRO รวมถึง Hypermarket และ Supermarket ของ Lotus ที่คาดว่าหลังสถานการณ์ Covid-19 ดีขึ้น รวมถึงมาตรการภาครัฐที่ให้การสนับสนุนการขยายระยะเวลาการ เปิด-ปิด ร้านอาหารและสถานบันเทิงเพิ่ม รวมถึงทยอยกลับมาของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เป็นปัจจัยหนุนยอดขายในระยะยาว ซึ่งอาจเป็นส่วนช่วยรองรับผลกระทบจากการปรับเพิ่มของเงินเฟ้อได้บางส่วน ขณะที่ผลกระทบจากภาระดอกเบี้ยทางบริษัทอยู่ระหว่างบริหารจัดการที่คาดจะช่วยรักษาหรือลดระดับต้นทุนทางการเงินจากการหาแหล่งที่มาขอเงินทุนแห่งใหม่ที่มีความเหมาะสมได้ ดังนั้นแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสมปี 2565 ที่ 73 บาท

ถัดมา CPF หรือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) นักวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า มีมุมมองเป็นกลางถึงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการของ CPF คาดไตรมาส 2/65 จะเติบโตจากไตรมาส 1/65 จากราคาหมูและไก่ในประเทศ, ราคาหมูในเวียดนามที่ขยับสูงขึ้นต่อจากไตรมาส 1/65 และปริมาณขายที่สูงขึ้นตามเศรษฐกิจในประเทศที่ฟื้นตัวหลังจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงขึ้น ขณะที่จากไตรมาส 2/64 คาดจะยังชะลอตัวจากต้นทุนที่สูงขึ้นมาก และราคาหมูเวียดนาม และจีนยังชะลอ 

โดยยังต้องติดตามสถานการณ์หมูในจีนอย่างต่อเนื่องซึ่งการ Lockdown อาจชะลอกำลังบริโภคในประเทศส่งผลต่อราคาหมูจีนให้ลดลงต่อ ซึ่งจะเป็น Downside ต่อส่วนแบ่งผลประกอบการจากบริษัทร่วม และประมาณการกำไรของฝ่ายวิเคราะห์ อย่างไรก็ตาม ยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2565 เอาไว้ก่อนที่ 14,539 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 737.4% จากปีก่อน คงราคาเป้าหมาย ที่ 30.00 บาท แต่ในระยะสั้นยังขาดปัจจัยบวกใหม่ และมีประเด็นกดดันจากธุรกิจในจีน จึงยังคงคำแนะนำ TRADING ราคาเหมาะสม 30 บาท

ด้าน MAKRO หรือ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) นักวิเคราะห์จากบล.ไทยพาณิชย์ ระบุว่า ในไตรมาส 2/65 ยอดขายต่อสาขาเดิมของ MAKRO มีแนวโน้มที่จะเติบโตเป็นตัวเลขหลักเดียวระดับสูงจากไตรมาส 2/64 สำหรับธุรกิจ B2B ในประเทศไทย (เทียบกับ 1% ในไตรมาส 1/65) จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจฟื้นตัวและนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น 

แต่จะอยู่ในระดับทรงตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน สำหรับธุรกิจ B2C ในประเทศไทย (เทียบกับ + 0.4% ในไตรมาส 1/65) จากฐานสูงของปีก่อน อันเป็นผลมาจากการกักตุนอาหาร และเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% สำหรับธุรกิจ B2C ในมาเลเซีย (เทียบกับ -7.9% ในไตรมาส 1/65) จากการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ การเปิดประเทศอีกครั้ง และการอนุญาตให้พลเมืองถอนเงินออมเพื่อการเกษียณ 

สำหรับธุรกิจบริหารพื้นที่เช่าในศูนย์การค้า (Mall) อัตราการเช่าพื้นที่และอัตราค่าเช่าในไตรมาส 2/65 ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงจากไตรมาส 1/65 1065 โดยบริษัทตั้งเป้าอัตราการเช่าพื้นที่กลับคืนสู่ระดับก่อนเกิด Covid-19 ณ สิ้นปี 2565 และอัตราค่าเช่าจะฟื้นตัวในอีก 2 ปี (ปรับสัดส่วนผู้เช่า)

ขณะที่ครึ่งหลังของปี 2565 จะดียิ่งขึ้น เพราะการดำเนินงานที่ Lotus’s จะดีขึ้นหลังจากรีแบรนด์ร้านค้าเสร็จสิ้น ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจะลดลงจากการชำระนหนี้ และจะมีการรับรู้ประโยชน์จากการผนึกกำลังทางธุรกิจ ตั้งเป้าไว้ที่ 2.7 พันล้านบาท ดังนั้นจึงคงเรทติ้ง OUTPERFORM ด้วยราคาเป้าหมายสิ้นปี 2565 ที่ 46 บาท

และสุดท้าย TRUE หรือ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นักวิเคราะห์จากบล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 2/65 คาดค่อย ๆฟื้นตัว แต่ยังไม่เด่น เพราะโดนกดดันจากการแข่งขันรุนแรงต่อเนื่อง สวนทางกับต้นทุน D&A และรายจ่ายโครงข่ายขาขึ้น ดังนั้น จึงคาดขาดทุนปกติไตรมาส 2/65 จะมากขึ้นจากไตรมาส 2/64 ที่ 94 ล้านบาท และประเมินการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้น อาจทำให้ประมาณการรายได้บริการปีนี้ของบริษัทและของฝ่ายวิเคราะห์ที่เติบโต 5% มีโอกาสเกิด Downside โดยทุกๆ -1%ของรายได้บริการที่ลดลงจะมีผลต่อขาดทุนเพิ่มราว 1.0 พันล้านบาท

ในเชิงปัจจัยพื้นฐานยังให้น้ำหนักหลักอยู่ที่ดีลการควบบริษัทกับ DTAC ที่จะทำให้ใช้ทรัพยากรที่มีได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดรายจ่ายที่ซ้ำซ้อนได้ไม่ต่ำกว่า 5.0 พันล้านบาทต่อปี โดยประเมินความคืบหน้าจากกสทช. จะชัดเจนขึ้นภายในไตรมาส 3/65 

ดังนั้น คงคำแนะนำ ซื้อ โดยมีราคาเป้าหมายปี 2565 ที่ 5.4 บาท แม้ระยะสั้นอาจมี Sentiment ลบจากความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการอนุมัติดีลควบบริษัทจากหน่วยงานภาครัฐแต่เบื้องต้น อิงตามคำประกาศพ.ศ. 2561 ยังเชื่อว่าดีลควบบริษัทจะยังเกิดขึ้นได้แต่จะมีเงื่อนไขคล้ายกับดีลควบรวมกิจการกลุ่ม CP ซื้อ Lotus’s ในขณะที่ราคาหุ้นช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาก็ปรับลงมาจนต่ำกว่าราคาที่จะทำคำเสนอซื้อเบื้องต้นที่ 5.09 บาทแล้ว และเริ่มใกล้เคียงกับราคาหุ้น TRUE ช่วงก่อนประกาศดีลควบบริษัทกับ DTAC ที่ 4.32 บาท (19 พ.ย. 64) จึงมองเป็นจังหวะทยอยสะสมหุ้น

________________________________

ไม่พลาด! ทุกความรู้ที่จะให้คุณค่ามากกว่าสินทรัพย์

กดติดตาม Techtoro ได้ที่ 👉🏻

FB : https://techtoro.me/web-fb

[email protected] : https://techtoro.me/web-line

Youtube : https://techtoro.me/web-yt

IG : https://techtoro.me/web-Ig

Twitter : https://techtoro.me/web-tw

Blockdit : https://techtoro.me/web-bd

Tiktok : https://techtoro.me/web-tiktok 

Email : [email protected]
#Techtoro #มากกว่าสินทรัพย์คือความรู้ #หุ้น #หุ้นกลุ่มซีพี #การลงทุน #CPALL #CPF #MAKRO #TRUE