นักวิเคราะห์ชื่อดังเผย 3 เหตุผล ที่จะทำให้ Bitcoin เข้าสู่ตลาดกระทิงในปี 2023

ตลอดปี 2022 ราคาของ Bitcoin (BTC) ได้ร่วงลงมาอย่างต่อเนื่อง และรุนแรง โดยปัจจุบันได้ลงมาอยู่ที่ราคาประมาณ 16,600 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 580,000 บาท) นับเป็นการลดลงของราคาถึง 76% จากจุดสูงสุดตลอดกาล (All-Time High) ที่ประมาณ 69,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.39 ล้านบาท) ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2022

โมนิก้า โกช (Monika Ghosh) นักเขียน และนักวิเคราะห์จาก CryptoSlate ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายงานข่าว และวิเคราะห์/วิจัยข้อมูลเกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซี ได้ระบุว่า นักลงทุนส่วนใหญ่มองว่า ‘ราคา’ คือปัจจัยสำคัญที่สุดในการวัดความเติบโต 

ซึ่งในปัจจุบันต้องยอมรับว่า หากพิจารณาเพียงด้านราคาอย่างเดียว จะเห็นว่า Bitcoin (BTC) มีการเติบโตที่ติดลบ และอาจมีแนวโน้มที่จะลงต่อ ‘โมนิก้า โกช’ จึงแสดงความเห็นถึง 3 ปัจจัยการเติบโต ที่จะทำให้ Bitcoin (BTC) เข้าสู่ตลาดกระทิงในปี 2023

จำนวนนักลงทุนระยะยาวเพิ่มขึ้นเป็น All-Time High

จำนวนนักลงทุนที่ถือ Bitcoin (BTC) ในระยะยาว เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มาตลอดปี 2022 แม้ว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงในโลกคริปโตมากมาย ทั้งการพังทลายของบล็อกเชน Terra (LUNA), การล้มละลายของ Three Arrows Capital (3AC), และเหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญนักลงทุนอย่าง FTX ล้มละลาย

ข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูล On-chain ชื่อดังอย่าง Glassnode ได้แสดงให้เห็นว่าอุปทานโดยรวมของ Bitcoin (BTC) ซึ่งถือโดยนักลงทุนระยะยาว ได้เพิ่มขึ้นจนแตะ All-Time High ที่ 13.9 ล้าน BTC

ซึ่งหมายความว่า 72.7% ของอุปทานหมุนเวียน (Circulating Supply) ของ Bitcoin (BTC) นั้นอยู่ในมือของนักลงทุนระยะยาว ทั้งนี้ ‘โกช’ ได้ระบุว่า นักลงทุนระยะยาวคือผู้ที่ถือ Bitcoin (BTC) มาแล้ว 155 วัน หรือมากกว่า

เกือบ 1.8 ล้าน BTC ถูกซื้อที่ราคา $15,700 – $17,100

ข้อมูลจาก Glassnode ระบุว่า Bitcoin จำนวนเกือบ 1.8 ล้าน BTC ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 9% ของอุปทานหมุนเวียน “ถูกซื้อ” ไปในช่วงราคาระหว่าง 15,700 – 17,100 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 540,000 – 590,000 บาท)

ตัวเลข 9% เป็นตัวชี้วัดอย่างดี ถึงแนวโน้มความน่าจะเป็นในอนาคต ที่มีการกระจายตัวของรายได้มากขึ้น และนักลงทุนระยะยาวจะกลายเป็นผู้มีอิทธิพลกับตลาด

Bitcoin กว่า 78% ของอุปทานหมุนเวียน ถูกเก็บไว้ใน Self-Custody

ในปีนี้ได้เกิดเหตุการณ์ที่น่าตกตะลึงในโลกคริปโตมากมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ การล้มละลายของแพลตฟอร์มให้กู้ยืมคริปโตอย่าง Celsius และอดีตกระดานเทรดคริปโตอันดับ 2 ของโลกอย่าง FTX เป็นข้อพิสูจน์ว่า เราไม่ควรไว้ใจใคร และควรจะเก็บเงินไว้กับตัวเอง

ตลอดปีที่ผ่านมา นักลงทุนได้โอนย้าย Bitcoin (BTC) เข้าไปเก็บใน Hardware Wallet ของตนเอง เป็นจำนวนมากกว่า 15 ล้าน BTC คิดเป็น 78% ของอุปทานหมุนเวียนในปัจจุบัน (19.24 ล้าน BTC)

ข่าวโดย คุณานันต์ TECHTORO 💙❤️

ที่มา: https://cryptoslate.com/the-bullish-case-for-bitcoin-as-2022-comes-to-an-end/

________________________________

ไม่พลาด! ทุกความรู้ที่จะให้คุณค่ามากกว่าสินทรัพย์

กดติดตาม Techtoro ได้ที่ 👉🏻

FB : https://techtoro.me/web-fb

[email protected] : https://techtoro.me/web-line

Youtube : https://techtoro.me/web-yt

IG : https://techtoro.me/web-Ig

Twitter : https://techtoro.me/web-tw

Blockdit : https://techtoro.me/web-bd

Tiktok : https://techtoro.me/web-tiktok 

Email : [email protected]

#Techtoro #มากกว่าสินทรัพย์คือความรู้ #Crypto #Bitcoin #BTC #Blockchain #Onchain #Data #Analyst #Bullish #Bullrun #คริปโต #บิตคอยน์ #บล็อกเชน #ปีใหม่ #ข่าวคริปโต